• TOPICA Native Thailand

12 Tenses ใครว่ายาก ไม่จริง ! [PART1]



อยากลองเขียนภาษาอังกฤษยาวๆ ตั้งแคปชั่นเก๋ๆ ในไอจี โพสสเตตัสเท่ๆ ในเฟสบุ๊ค

แต่ขาดความมั่นใจ กลัวคนมาติว่าแกรมม่าเธอนั้นมันผิด! อย่าไปกลัวคำเหล่านั้นค่ะทุกคน 🔥

TOPICA Native อยากลองให้ทุกคนเปลี่ยนพลังความกลัวให้กลายเป็นความกล้าในการเรียนรู้ทางภาษา

มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเราหลายคนใช้ Grammar อย่างผิดๆ ถูกๆ

ทุกๆ อย่างล้วนมีกระบวนการเรียนรู้ของมัน

ไม่ช้าก็เร็วเราจะเข้าใจในสิ่งเหล่านั้นและซึบซับมันเข้ามา

หลังจากนั้น บู๊ม!

แกรมม่าหน่ะหรอ ชิล ฉันรู้หลักแล้ว ฉันเข้าใจมันแล้ว ไม่มีอะไรที่ฉันจะต้องกังวลอีกต่อไป


แต่ก่อนอื่น เราขอได้ไหม? ให้ทุกคนบอกเลิก! กับ สิ่ง 3 สิ่ง


เลิก พูดว่าเราทำไม่ได้

เลิก ย้ำว่าเรียนมาทั้งชีวิตคงได้แค่นี้

เลิก ดูถูกตัวเอง แล้วหันมาชมตัวเองแทนว่า "วันนี้เราทำได้อีกหน่อยแล้วนะ เก่งมาก :)"



หลักการจำ Tenses

Present Simple

บอกเล่าข้อเท็จจริงของ คน สัตว์ สิ่งของ

ข้อเท็จจริงในที่นี้คือ "ทำอยู่เสมอๆ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เกี่ยวว่าจะอดีตหรืออนาคต "

หรืออาจสังเกตุได้ง่ายๆ จาก คำบอกเวลา เช่น Everyday, Every morning, Always, and etc.

สิ่งที่เราต้องระวังก็คือเรื่องการเติม s หรือ es ท้ายกริยาแค่นั้นเอง

โดยมีวิธีจำง่ายๆ คือ ถ้าประธานเป็นเอกพจน์ (He, She, It) – เติม s หรือ es ท้ายคำกริยา

ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ (I, You, We, They) – ไม่ต้องเติมอะไรท้ายคำกริยา


ส่วนในรูปปฏิเสธและคำถามไม่ยากเล้ย หมูๆ เราไม่ต้องเติม s หรือ es ท้ายคำกริยา


รูปปฏิเสธเอกพจน์ใช้ Doesn't

รูปปฏิเสธพหูพจน์ใช้ Don't


รูปคำถามเอกพจน์ใช้ Does

รูปคำถามพหูพจน์ใช้ Do


A : Do you love me ?

(ตัวรักเค้าเปล่า ?)

B : Certainly, I love you.

(แน่นอนว่าเค้ารักตัวดิ)


A : Does she come from England ?

(หล่อนมาจากอังกฤษหรอ)

B : Yes, she does. She comes from England.

(หล่อนมาจากอังกฤษ)

หรือ

B : No, she doesn't. She comes from Italy.

(หล่อนไม่ได้มาจากอังกฤษ หล่อนมาจากอิตาลี)



Present Continuous

บอกเล่าเหตุการณ์ที่ "กำลัง" เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน (ณ ขณะนี้)

หลักก็คือ is, am, are + Verb ing รวมกัน แปลว่า กำลัง...

ลองนึกภาพว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ภาพที่เรากำลังจินตนาการอยู่เป็นภาพเคลื่อนไหวใช่ไหมล่ะคะ 💞

พอจะจำง่ายขึ้นไหมทุกคน ❤


A : What are you doing ?

(เธอกำลังทำอะไรอยู่อ่ะ)

B : I'm washing the dishes.

(ฉันกำลังล้างจานอยู่)


คำต่อไปนี้มักจะใช้กับ Present continuous tense

now, at this moment, at the moment, today, at present, still, for the time being,

right now, currently, at the present time

แต่ถ้าเป็นภาษาพูดเราสามารถละไว้ในฐานที่เข้าใจได้


I'm drinking coffee at this moment.

(ตอนนี้ฉันกำลังดื่มกาแฟอยู่)


บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นแน่ๆ ในอนาคต

จุดสังเกต เวลาทำข้อสอบ Error จะมีคำบอกเวลา (Adverb of time)


We’re moving to Thailand in July.

(พวกเรากำลังจะย้ายไปประเทศไทยในเดือนกรกฎาคมนี้)

เกิดขึ้นแน่นอนเราวางแผนเอาไว้แล้ว จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พักแล้วเรียบร้อยแล้ว


Maria is getting better and doctors are optimistic she will make a full recovery.

(คุณหมอบอกว่าอาการของมาเรียกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ และเธอจะหายดีในไม่ช้านี้)

เนื่องจากมาเรียกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ยังไงก็ตามมาเรียจะหายดีแน่นอน




Present Perfect Tense

บอกเล่าเหตุการณ์ในอดีตที่ดำเนินมาจนถึงขณะนี้

และจะต่อเนื่องไปยังอนาคต

เราจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น


บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่ไม่ระบุระยะเวลา แต่บอกแค่ว่า เคยทำหรือยังไม่เคยทำ


She has broken her leg.

(ขาเธอหัก)

จุดเริ่มต้นคือเธอหกล้มขาหัก และในปัจจุบันขาเธอก็ยังคงหักอยู่


A : Have you ever been to Australia ?

(เธอเคยไปออสเตรเลียเปล่า ?)

B : I have never been to Australia.

(ฉันไม่เคยไปออสเตรเลีย)

บอกเล่าถึงเหตุการณ์แบบระบุระยะเวลา

มักใช้กับคำว่า Since (ตั้งแต่) และ For (เป็นเวลา) มาประกอบประโยค


They have known each other since January.

(พวกเขารู้จักกันตั้งแต่เดือนมกราที่ผ่านมา)


She has lived here for ten years.

(หล่อนอยู่ที่นี่มา 10 ปีแล้วแหละ)


บอกเล่าเหตุการณ์ที่จบไปแล้ว

มักใช้กับคำว่า Already, Just, และ Yet


A : What the story of the book is ?

(หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไรอ่ะ ?)

B : I have already told you ,can't you remember ?

(เราเคยเล่าให้เธอฟังแล้ว ลืมแล้วหรอหือ ?)


A : Have you finished your homework yet?

(แกทำการบ้านเสร็จยัง ?)

B : I have just finished it. Let's play football!

(พึ่งเสร็จเมื่อกี้นี้เลยแหละ ไปเล่นบอลกัน! )



Past Simple

บอกเล่าเหตุการณ์ในอดีต (จบลงไปแล้ว)

มักใช้คำระบุเวลามากำกับ

Yesterday, Last + เวลา, วัน, สัปดาห์, เดือน, ฤดู, ปี


ระวังทั้งในรูปประโยคปฏิเสธและคำถาม เราไม่จำเป็นต้องผันรูปกริยาเป็นช่อง 2

ในรูปประโยคปฏิเสธ เราจะใช้ Did + not หรือ Didn't เติมเข้าไปหน้าคำกริยา

และในรูปประโยคคำถาม เราจะใช้ Did ขึ้นต้นประโยค


A : Did everyone come to your house last weekend ?

(ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อนๆ มาบ้านเธอรึเปล่าอ่ะ ?)

B : Everyone came to my house last weekend.

(ใช่แล้ว เพื่อนทุกคนมาบ้านฉันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแหละ)


หรือ


B : Everyone didn't come to my house last weekend.

(ไม่มีใครมาบ้านฉันเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเลย)


ประโยคบอกเล่า

The little birds ate all of the bread.

(เจ้านกน้อยตัวจ๊อยทั้งหลายกินขนมปังหมดเลย)



Past Continuous

บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต (จบไปแล้ว)

เอาง่ายๆ อย่างงี้เลยนะ Past Continuous คล้าย Present Continuous

คอนเซ็ปเหมือนกันเลยคือ เรา " กำลัง " ทำอะไรอยู่ (ในอดีต)

ต่างกันตรงที่ Present Continuous บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน (ณ ขณะนี้)

รูปอดีตของ is, am ,are คือ was, were เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเปลี่ยน is, am, are ให้เป็น was, were


A : What was happening on last Tuesday ?

(วันอังคารที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นอ่ะ ?)

B : At 4 pm last Tuesday, I was working in the office.

(4 โมงเย็นวันอังคาร ฉันกำลังทำงานอยู่ในออฟฟิศ)

มีใครสับสนเรื่อง Past Continuous กับ Past Simple เวลารูปประโยคมาพร้อมกันบ้าง ?

ขออธิบายเพิ่มเติมนิดนึงนะทุกคน เพราะเรื่องนี้ชวนสับสนพอสมควรเลยแหละ


หลักง่ายๆ เลยคือ " Past con เกิดก่อน Past sim เกิดหลัง "

เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนั้น (เราเรียกว่าเหตุการณ์เกิดก่อน) ใช้ Past Continuous

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง ใช้ Past Simple เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีหลัง

เป็นเหตุการณ์ที่มาแทรกและทับช่วงเวลาที่เกิดก่อน


A : What was happening on last Tuesday ?

(วันอังคารที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นอ่ะ ?)

B : At 4 pm last Tuesday, I was working in the office

and suddenly the power went out.

(4 โมงเย็นวันอังคาร อยู่ๆ ไฟก็ดับ ตอนที่ฉันกำลังทำงานอยู่ในออฟฟิศ)



พบกับ Grammar 12 Tenses ใครว่ายาก ไม่จริง ! [PART2] เร็วๆ นี้

มีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติมคอมเม้นได้เลยได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกข้อสงสัยเลยค่า



ภาษาอังกฤษมีความสำคัญมากก็จริงในโลกยุคปัจจุบัน แต่อย่ากดดันตัวเองมากจนเกินไป 💕

ลองนำสิ่งที่เราเรียนรู้ในแต่ละวันมาฝึกฝน วันละนิดวันละหน่อย ค่อยๆ เรียนรู้กันไปดีกว่าเนอะ

TOPICA Native เป็นห่วงทุกคนนะคะ ดูแลตัวเองพักผ่อนให้เพียงพอกันด้วยนะ

2,216 views

อาคาร Chartered Square หมายเลข 152 ถนนสาทรเหนือ ชั้น 11 ห้อง 1108 สีลม กรุงเทพ 10500
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 015558057997

อีเมล   info@topicanative.asia
ติดต่อ 099-910-0245