• TOPICA Native Thailand

12 Tenses ใครว่ายาก ไม่จริง ! [PART2]


อยากลองเขียนภาษาอังกฤษยาวๆ ตั้งแคปชั่นเก๋ๆ ในไอจี โพสสเตตัสเท่ๆ ในเฟสบุ๊ค

แต่ขาดความมั่นใจ กลัวคนมาติว่าแกรมม่าเธอนั้นมันผิด! อย่าไปกลัวคำเหล่านั้นค่ะทุกคน 🔥

TOPICA Native อยากลองให้ทุกคนเปลี่ยนพลังความกลัวให้กลายเป็นความกล้าในการเรียนรู้ทางภาษา มาต่อกันที่ PART 2 เกี่ยวกับการใช้ Tenses ใน Blog นี้จะเป็น Tenses ที่ค่อนข้างยาก แต่ทุกคนทำได้แน่นอน มาพยายามไปพร้อมกันนะคะ ❤


หลักการจำ Tenses

ขอเกริ่นนิดๆ หน่อยๆ ก่อนนะคะเพราะว่ามี Tense ที่จับคู่ถึง 4 Tenses ด้วยกัน

ดูตามภาพแล้วอาจจะเห็นถึงโครงสร้างว่าโอเคเป็นแบบนี้นะและสงสัยไปในคราวเดียวด้วยว่า ทำไมจับคู่กันแบบนี้ล่ะ? เรามาไขข้อสงสัยกันดีกว่าค่ะ ไปเริ่มกันเล้ย (Past Continuous จะอยู่ใน 12 Tenses ใครว่ายาก ไม่จริง ! [PART1] นะคะ )

Past Perfect Tense

บอกเล่าถึงเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงแล้วในอดีต

ซึ่งเหตุการณ์ A จะสิ้นสุดลงก่อนจะเกิดเหตุการณ์ B Past Perfect : เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน Past Simple : เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีหลัง

หลักการจำง่ายๆ เลยคือ " Past Per เกิดก่อน Past Sim เกิดหลัง "

คำต่อไปนี้มักจะใช้กับ Past Perfect Tense before, after, already, just, yet, until, till, as soon as, when, by the time, by… We had gone out before he came. (เราออกไปข้างนอกกันแล้วก่อนที่เขาจะมา) Past Perfect : We had gone out. Past sim : he came. After I had done my homework, I went to the amusement park. (หลังจากที่ฉันทำการบ้านเสร็จ ฉันก็ไปสวนสนุกต่อ) Past Perfect : I had done my homework. Past sim : I went to the amusement park.


Future Simple Tense

บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

มักใช้คำระบุเวลามากำกับ (จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้) tonight, tomorrow, next..., probably (อาจจะ), think (คิดว่า), sure (มั่นใจ),

expect (คาดว่า), know (รู้ว่า), hope (หวังว่า) A : What time will you be home ? (เธอจะถึงบ้านกี่โมงอ่ะ) B : I'll probably be home by midnight. (ฉันอาจจะถึงบ้านตอนเที่ยงคืนนะ)

บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่ใช้บอกการกระทำที่ไม่ได้ว่าแผนมาก่อน (เป็นการตัดสินใจ ณ เดี๋ยวนั้นเลย)

A : Will you help me to carry the stuff tonight ? (คืนนี้แกจะช่วยเรายกของไหม ?) B : Well, don't worry I will help you pal. (ไม่ต้องกังวล เราจะช่วยแกเอง)

บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่ใช้บอกคำมั่นสัญญาหรือคำขู่

I will never let you go. (ฉันไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่นอนที่รัก) If you are a bad boy, I'll tell your mother! (ถ้าเธอเป็นเด็กเกเรป้าจะฟ้องแม่เธอ !)


Future Continuous Tense

บอกเล่าถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่เรากำลังทำอยู่

อาจจะงงว่า อ่าว เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราทำอะไรในอนาคต ฉันไม่ใช่หมอดูนะเฟ้ย ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ ลองไปดูตัวอย่างปลากรอบ เอ้ยประกอบกันก่อนดีกว่า เผื่อที่ทุกคนจะได้เข้าใจมากขึ้น

Next week they will be flying to Australia from New Zealand. (อาทิตย์หน้าพวกเขากำลังจะบินจากนิวซีแลนด์ไปออสเตรเลีย) (กำลังจะไปแล้วนะ) I’ll post your letter for you. I’ll be passing a post-box. (เราจะส่งจดหมายให้เธอเอง เราจะผ่านตู้จดหมายแหละ) (เราจะผ่านตู้จดหมายแน่ๆ)

ถ้าแปลแบบภาษาเราเลยก็คือ สิ่งที่เราจะทำแน่ๆ ในอนาคตไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน

ความแตกต่างระหว่าง Future Simple กับ Future Continuous Future Simple I will watch TV in the tomorrow morning. [ ฉันจะดูทีวีพรุ่งนี้เช้า ] (ฉันคิดว่าฉันจะดูแหละ แต่อาจจะไม่ดูถ้าตื่นสาย) Future Continuous I will be watching TV tomorrow morning. [ ฉันจะ (กำลัง) ดูทีวีพรุ่งนี้เช้า ] (พรุ่งนี้ถ้าเธอตื่นเช้ามา เธอจะเห็นฉันกำลังนั่งดูทีวีอยู่แน่นอน) อะไรคือความแตกต่างกันนะ ? ความแตกต่างคือ ประโยคแรกเป็นแค่ความคิดว่าจะทำ (เปลี่ยนแปลงได้) แต่ประโยคหลังบ่งบอกว่า เราจะทำแน่นอน

Future perfect Tense

บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่สิ้นสุดลงแล้วในอนาคต

I will have eaten breakfast at 9 o’clock tomorrow. (ตอน 9โมงเช้าของวันพรุ่งนี้ ฉันจะกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ) (ถ้าจะมาหลังจากนั้นก็มาได้เลย) แบบ 2 เหตุการณ์

Future Perfect : เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน

Present Simple : เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีหลัง หลักการจำง่ายๆ เลยคือ " Future Per เกิดก่อน Present Sim เกิดหลัง " เป็น Tense เดียวเลยที่จับคู่แล้ว ใช้ Present Simple ต่อท้าย Tense อื่นเขาใช้ Past Simple กันหมด The kids will have woken up when we reach home (เด็กๆ คงจะตื่นกันแล้วล่ะ ตอนเราถึงบ้าน)


Future Perfect Continuous Tense

บอกเล่าถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน

และต่อเนื่องไปยังอนาคตที่กำลังดำเนินอยู่

ลองนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภาพเคลื่อนไหวดูนะคะ แล้วจะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น

In September the head teacher will have been teaching at the school for 20 years. (ในเดือนกันยายนอาจารย์ใหญ่กำลังจะครบรอบ 20 ปีที่สอนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้) (จะครบรอบแน่ๆ) We’re late. I think they’ll have been waiting for us. We’d better go. (เราสายแล้วนะ ฉันคิดว่าพวกเขาจะต้องรอเราแน่ๆ เราควรจะไปได้แล้ว) (เพราะว่าเราสายแล้ว พวกเขาเลยจะต้องรอเราแน่ๆ)

ป้องกันความสับสน งั้นขอย้ำอีกทีนะคะ

Future Simple เป็นแค่ความคิดว่าจะทำ (เปลี่ยนแปลงได้) Future Continuous เราจะทำแน่นอน (ไม่เปลี่ยนแปลง) Future Perfect เราจะทำแน่นอน (ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเพราะมั่นใจมากว่าจะเป็นไปตามนั้น และสิ้นสุดลงแล้ว)

Future Perfect เราจะทำแน่นอน (ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเพราะมั่นใจมากว่าจะเป็นไปตามนั้น แถมกำลังดำเนินอยู่ด้วย ก็คือยังไม่สิ้นสุดลง)


Present Perfect Continuous Tense

บอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต

และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ไม่ยากเลยค่ะ Tense นี้ ขยายความเพิ่มหน่อยนึง สิ่งที่เกิดขึ้นยังคงดำเนินอยู่ และยังไม่สิ้นสุดลงแน่ๆ พวกคำกริยาที่เติม -ing คือภาพเคลื่อนไหว ท่องไว้ขึ้นใจเลย

I have been waiting for a bus for 20 minutes. (ฉันรอรถประจำทางมา 20 นาทีได้แล้ว) I’ve been living here for 20 years. (ผมอาศัยอยู่ที่นี่มา 20 ปีแล้ว)


Past Perfect Continuous Tense

บอกเล่าเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีตและสิ้นสุดลงไปแล้ว

ก่อนจะมีอีกเหตุการณ์เข้ามาแทรก (เน้นใช้เพื่อบอกเวลามากกว่าการกระทำ)

Past Perfect Continuous : เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน

Past Sim : เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีหลัง


Jane had been watched Netflix for one and a half hour before Jake arrived. (กว่าแจ็คจะถึง เจนก็ดูเน็ตฟลิกซ์มากกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว)

ค่อนข้างสับสนใช่ไหมคะ ว่าอ่าวแล้วต่างจาก Present Perfect Continuous ยังไง?

จริงๆ ชื่อของมันก็บอกอยู่ตรงตัวเลย แต่เราอาจจะไม่ทันสังเกตุเห็นแต่ไม่เป็นไรค่ะ

สับสนได้แต่อย่าลืมพยายามเข้าใจมันให้มากยิ่งขึ้นด้วยเนอะ 💕


Present Perfect Continuous

Present แปลว่า ปัจจุบัน

เพราะฉะนั้น Tense นี้จึงหมายถึง การกระทำที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน


Past Perfect Continuous

Past แปลว่า อดีต

เพราะฉะนั้น Tense นี้จึงหมายถึง การกระทำที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในอดีต


พอจะเห็นภาพชัดขึ้นไหมคะ เก่งมากเลยทุกค่ะคน 😍 จบกันไปแล้วนะคะกับ 12 Tenses สุดเข้มข้น ถ้าเปรียบเป็นความเข้มของกาแฟ ก็คงพูดได้เลยว่าเข้มจนเข้าเส้นเลือด

TOPICA Native ขอทิ้งท้ายด้วยความเป็นห่วงเช่นเคยว่า อย่าลืมกลับมาทบทวนด้วยนะ


1,046 views

อาคาร Chartered Square หมายเลข 152 ถนนสาทรเหนือ ชั้น 11 ห้อง 1108 สีลม กรุงเทพ 10500
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 015558057997

อีเมล   info@topicanative.asia
ติดต่อ 099-910-0245